วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
ผลงานลูกค้า
เปิดสอบ ราชการ งานราชการ หางาน สอบราชการ พนักงานราชการ สอบบรรจุ หางาน รับสมัครงาน สอบ กพ. อบต. สอบภาค ก สอบภาค ข รับสมัครงาน ศูนย์รวมงานราชการ
ศูนย์หนังสือสอบ sheetchula เป็นที่รวบรวมแนวข้อสอบรับราชการ ทุกหน่วยงาน และนี่คือผลงาน ความคิดเห็นของลูกค้าที่ซื้อข้อสอบจากเราไป บางส่วน
ศูนย์หนังสือสอบ sheetchula เป็นที่รวบรวมแนวข้อสอบรับราชการ ทุกหน่วยงาน และนี่คือผลงาน ความคิดเห็นของลูกค้าที่ซื้อข้อสอบจากเราไป บางส่วน
บริการต่างๅ
บริการต่างๆ
บริการต่างๆ
Youtube
แนวข้อสอบการเคหะแห่งชาติ
รายละเอียดวิชาที่สอบ #แนวข้อสอบการเคหะแห่งชาติ
1 ความรู้เกี่ยวกับการเคหะแห่งชาติ
2 แนวข้อสอบเกี่ยวกับการเคหะแห่งชาติ
3 ความสามารถด้านการคิดคำนวณ
4 ความสามารถด้านการใช้ภาษาไทย
5 แนวข้อสอบความถนัดทางเชาว์ปัญญา Aptitude Test
6 หลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ การใช้ Grammar
7 แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
8 พระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ
9 แนวข้อสอบพระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
+++ อ่านประกาศเพิ่มเติม และลิ้งค์สมัครที่ http://www.งานราชการไทย.com/
+++ กดติดตามรับข้อสอบที่ : http://line.me/ti/p/%40awr8388d
+++ กดถูกใจเพื่อรับแนวข้อสอบการเคหะแห่งชาติ
ที่ https://www.facebook.com/258054064577055
ความรู้ทั่วไป
การเคหะแห่งชาติ (ประเทศไทย)
การเคหะแห่งชาติ (อังกฤษ: National Housing Authority) เป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2516
ประวัติ
สืบเนื่องจากปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยในประเทศไทย ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลจึงได้จัดตั้งกองเคหสถาน กรมประชาสงเคราะห์ ขึ้นในปี พ.ศ. 2483 หลังจากเริ่มต้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในปี พ.ศ. 2504 ปัญหาที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยทวีความรุนแรงขึ้น รัฐบาลจึงได้จัดตั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเพิ่มเติม ได้แก่ สำนักงานอาคารสงเคราะห์ กรมประชาสงเคราะห์ (ในปี พ.ศ. 2493) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ในปี พ.ศ. 2496) และสำนักงานปรับปรุงแหล่งเสื่อมโทรมเทศบาลนครกรุงเทพ (ปี พ.ศ. 2503) จนในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 3 จึงมีการกำหนดนโยบายให้จัดตั้งหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านที่อยู่อาศัยขึ้น และได้จัดตั้ง “การเคหะแห่งชาติ” ขึ้นเมื่อ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2516 ภายใต้ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 316 [2] โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้
- จัดให้มีเคหะเพื่อประชาชน เช่า หรือเช่าซื้อ
- จัดหาเงินกู้มาสร้างที่อยู่อาศัยให้ประชาชนเช่าซื้อหรือให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินแก่บุคคลที่จะสร้างที่อยู่อาศัย
- ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารหรือจัดสรรที่ดิน
และต่อมาในปีพ.ศ. 2537 ได้มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งใหม่ตามพระราชบัญญัติ การเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2537 [3] ดังนี้
- จัดให้มีเคหะเพื่อให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัย
- ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประชาชนผู้ประสงค์จะมีเคหะของตนเอง หรือแก่บุคคลผู้ประสงค์ จะร่วมดำเนินกิจการกับ กคช.ในการจัดให้มีเคหะขึ้น เพื่อให้ประชาชนเช่า เช่าซื้อหรือซื้อ
- ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารหรือจัดหาที่ดิน
- ปรับปรุงรื้อหรือย้ายแหล่งเสื่อมโทรมเพื่อให้มีสภาพการอยู่อาศัยสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคมดีขึ้น
- ประกอบธุรกิจการอื่นที่สนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น
ผลการดำเนินงาน
นับแต่ปี พ.ศ. 2516 ถึงปี พ.ศ. 2553 การเคหะแห่งชาติ ได้ดำเนินงานพัฒนาและจัดสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับประชาชนทุกระดับรายได้โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อยได้ รวมทั้งสิ้นจำนวน 732,249 หน่วย
โครงการบ้านเอื้ออาทร
เป็นโครงการเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในการอยู่อาศัย และยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ด้อยโอกาสให้ได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยเป็นที่อยู่อาศัยที่ได้มาตรฐานและอยู่ในชุมชนที่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีระดับราคาที่กลุ่มเป้าหมายสามารถรับภาระการผ่อนชำระได้ โดยกำหนดที่จะจัดทำที่อยู่อาศัยให้สำหรับกลุ่มป้าหมายกลุ่มเดียวคือกลุ่มที่มีรายได้ครัวเรือนไม่เกินเดือนละ 15,000 บาท (รายได้ปี 2546) และปรับเป็นรายได้ครัวเรือนไม่เกินเดือนละ 40,000 บาท ในปัจจุบัน มีเป้าหมายดำเนินการทั้งสิ้น 281,556 หน่วย ซึ่งในปี 2553 ก่อสร้างแล้วเสร็จ 240,186 หน่วย ส่งมอบให้กับผู้ได้สิทธิแล้ว 174,545 หน่วย
คณะกรรมการ
รายชื่อคณะกรรมการในวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2559 ถึงปัจจุบัน
- ดร.พิชิต อัคราทิตย์ ประธานกรรมการ
- พลเอก สุชาติ หนองบัว กรรมการ
- พลเอก พิสิทธิ์ สิทธิสาร กรรมการ
- นายเลิศปัญญา บูรณบัณฑิต กรรมการ
- นายเอกวัฒน์ มานะแก้ว กรรมการ[4]
- นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ กรรมการ
- นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ กรรมการ
- นางชุตินาฏ วงศ์สุบรรณ กรรมการ
แนะนำการสอบ
คำแนะนำในการสอบการเคหะแห่งชาติ
การสอบการเคหะแห่งชาติ ผู้สมัครจะต้องผ่านการสอบข้อเขียน จึงจะมีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์
วิชาความรู้ทั่วไป จะเหมือนข้อสอบก.พ. ให้เน้นทำข้อสอบให้มากๆ ภาษาอังกฤษ เช่น การอ่านบทความแล้วตอบคำถาม แกรมม่า + reading ส่วนภาษาไทย ออกเกี่ยวกับการใช้ภาษา คำถูกผิด ราชาศัพท์ บทความสั้นๆ นอกจากนี้ควรเตรียมความรู้เกี่ยวกับ เช่น ประวัติการรถไฟ ผู้บริหาร วิสัยทัศน์ ฯ และความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบัน และข้อสอบจะออกเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมด้วย
ส่วนภาควิชาเฉพาะตำแหน่ง ควรจะเน้นให้มากๆ เพราะใช้เวลาสอบถึง 2 ชั่วโมง ออกความรู้ที่ใช้เกี่ยวตำแหน่งที่จะปฏิบัติงาน อ่านจากตำราที่เรียนมา และควรเลือกหนังสือ ตำราเรียน ที่สรุปเนื้อหา ที่เข้าใจง่าย ตรงตามหลักสูตรที่สอบ และที่มีตัวอย่างข้อสอบให้ฝึกทำ ก็เป็นสิ่งจำเป็นควรมีไว้เพื่อฝึกทักษะการทำข้อสอบ เพื่อเป็นการทบทวนความรู้
นอกจากนี้ควรมีความรู้เกี่ยวกับหน่วยงานด้วย เช่น ประวัติ วิสัยทัศน์ ค่านิยม ผู้บริหาร โดยการหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ในการสัมภาษณ์ควรทำใจให้สบาย ตอบคำถามแบบธรรมขาติ เป็นตัวของตัวเอง โดยส่วนใหญ่กรรมการจะถามคำถามต่อไปนี้ คือ 1. ให้แนะนำตัวเอง 2.เหตุผลในการตัดสินใจเข้ารับราชการ 3. เล่าถึงประสบการณ์ในการทำงาน
การสอบสัมภาษณ์เป็นการสอบด้วยการสนทนาหรือพูดคุยกัน ดังนั้นผู้เข้าสอบควรจะทบทวนเตรียมความรู้หรือข้อมูลในส่วนที่เป็นวิชาการหรือเนื้อหาต่าง ๆ ที่ได้เตรียมไว้แล้วในการเตรียมตัวเข้าสอบข้อเขียน ซึ่งอาจจะใช้เวลาครั้งละ 10 – 30 นาที แล้วแต่กรณี หรืออาจกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า การเตรียมตัวเข้ารับการสอบสัมภาษณ์จำเป็นต้องทบทวนความรู้ และข้อมูลบางประการมิใช่เข้าสอบโดยมิได้ทบทวนความรู้หรือข้อมูลอะไรเลย ส่วนตอนสัมภาษณ์ มันมีแค่บางโต๊ะเท่านั้นที่มีลองภูมิภาษาอังกฤษ แต่ร้อยละ 90 สัมภาษณ์ภาษาไทย
วิชาที่ใช้สอบ มีอะไรบ้าง
การสอบคัดเลือกจะมี 2 ภาค ดังนี้คือ
1. ภาคความรู้ความสามารถโดยการสอบข้อเขียน ได้แก่
1. วิชาความรู้เฉพาะตำแหน่ง ( 200 คะแนน ) 2 ชั่วโมง
2. วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป (100 คะแนน) 1 ชั่วโมง
- ความรู้ทั่วไปทางเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม
- ความถนัดทางเชาวน์ปัญญา (Aptitude Test)
- ความรู้ทางด้านการใช้ภาษาไทย
- ความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษ
2. ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยการสัมภาษณ์ ( 100 คะแนน ) เป็นการประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้ารับการคัดเลือกและจากการสัมภาษณ์
ทั้งนี้จะทดสอบข้อเขียนเพื่อวัดความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่งและความสามารถทั่วไปก่อน และเมื่อสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถแล้วจึงจะมีสิทธิ์เข้าสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง
รายละเอียดวิชที่สอบ
1 ความรู้เกี่ยวกับการเคหะแห่งชาติ
2 แนวข้อสอบเกี่ยวกับการเคหะแห่งชาติ
3 ความสามารถด้านการคิดคำนวณ
4 ความสามารถด้านการใช้ภาษาไทย
5 แนวข้อสอบความถนัดทางเชาว์ปัญญา Aptitude Test
6 หลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ การใช้ Grammar
7 แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
8 พระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ
9 แนวข้อสอบพระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ตำแหน่งที่สอบ
การเคหะแห่งชาติ
ช่างเทคนิคงานก่อสร้าง
นักบัญชี
นักวิเคราะห์นโยบายและแผน (บริหารความเสี่ยง)
นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม
นิติกร
บุคลากร
พนักงานการเงินและบัญชี
พนักงานจัดการทรัพย์สิน
พนักงานบริหารงานทั่วไป(คอมพิวเตอร์)
พนักงานบริหารงานทั่วไป
พนักงานประชาสัมพันธ์
พนักงานพัสดุ
พนักงานระบบงานคอมพิวเตอร์
พนักงานวิเคราะห์นโยบายและแผน(ติดตามประเมินผล)
วิศวกร (ไฟฟ้า)
วิศวกรโยธา
เศรษฐกร
สถาปนิก?
การสอบการเคหะแห่งชาติ ผู้สมัครจะต้องผ่านการสอบข้อเขียน จึงจะมีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์
วิชาความรู้ทั่วไป จะเหมือนข้อสอบก.พ. ให้เน้นทำข้อสอบให้มากๆ ภาษาอังกฤษ เช่น การอ่านบทความแล้วตอบคำถาม แกรมม่า + reading ส่วนภาษาไทย ออกเกี่ยวกับการใช้ภาษา คำถูกผิด ราชาศัพท์ บทความสั้นๆ นอกจากนี้ควรเตรียมความรู้เกี่ยวกับ เช่น ประวัติการรถไฟ ผู้บริหาร วิสัยทัศน์ ฯ และความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบัน และข้อสอบจะออกเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมด้วย
ส่วนภาควิชาเฉพาะตำแหน่ง ควรจะเน้นให้มากๆ เพราะใช้เวลาสอบถึง 2 ชั่วโมง ออกความรู้ที่ใช้เกี่ยวตำแหน่งที่จะปฏิบัติงาน อ่านจากตำราที่เรียนมา และควรเลือกหนังสือ ตำราเรียน ที่สรุปเนื้อหา ที่เข้าใจง่าย ตรงตามหลักสูตรที่สอบ และที่มีตัวอย่างข้อสอบให้ฝึกทำ ก็เป็นสิ่งจำเป็นควรมีไว้เพื่อฝึกทักษะการทำข้อสอบ เพื่อเป็นการทบทวนความรู้
นอกจากนี้ควรมีความรู้เกี่ยวกับหน่วยงานด้วย เช่น ประวัติ วิสัยทัศน์ ค่านิยม ผู้บริหาร โดยการหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ในการสัมภาษณ์ควรทำใจให้สบาย ตอบคำถามแบบธรรมขาติ เป็นตัวของตัวเอง โดยส่วนใหญ่กรรมการจะถามคำถามต่อไปนี้ คือ 1. ให้แนะนำตัวเอง 2.เหตุผลในการตัดสินใจเข้ารับราชการ 3. เล่าถึงประสบการณ์ในการทำงาน
การสอบสัมภาษณ์เป็นการสอบด้วยการสนทนาหรือพูดคุยกัน ดังนั้นผู้เข้าสอบควรจะทบทวนเตรียมความรู้หรือข้อมูลในส่วนที่เป็นวิชาการหรือเนื้อหาต่าง ๆ ที่ได้เตรียมไว้แล้วในการเตรียมตัวเข้าสอบข้อเขียน ซึ่งอาจจะใช้เวลาครั้งละ 10 – 30 นาที แล้วแต่กรณี หรืออาจกล่าวอีกนัยหนึ่งว่า การเตรียมตัวเข้ารับการสอบสัมภาษณ์จำเป็นต้องทบทวนความรู้ และข้อมูลบางประการมิใช่เข้าสอบโดยมิได้ทบทวนความรู้หรือข้อมูลอะไรเลย ส่วนตอนสัมภาษณ์ มันมีแค่บางโต๊ะเท่านั้นที่มีลองภูมิภาษาอังกฤษ แต่ร้อยละ 90 สัมภาษณ์ภาษาไทย
วิชาที่ใช้สอบ มีอะไรบ้าง
การสอบคัดเลือกจะมี 2 ภาค ดังนี้คือ
1. ภาคความรู้ความสามารถโดยการสอบข้อเขียน ได้แก่
1. วิชาความรู้เฉพาะตำแหน่ง ( 200 คะแนน ) 2 ชั่วโมง
2. วิชาความรู้ความสามารถทั่วไป (100 คะแนน) 1 ชั่วโมง
- ความรู้ทั่วไปทางเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม
- ความถนัดทางเชาวน์ปัญญา (Aptitude Test)
- ความรู้ทางด้านการใช้ภาษาไทย
- ความรู้ทางด้านภาษาอังกฤษ
2. ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง โดยการสัมภาษณ์ ( 100 คะแนน ) เป็นการประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้ารับการคัดเลือกและจากการสัมภาษณ์
ทั้งนี้จะทดสอบข้อเขียนเพื่อวัดความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่งและความสามารถทั่วไปก่อน และเมื่อสอบผ่านการวัดความรู้ความสามารถแล้วจึงจะมีสิทธิ์เข้าสอบเพื่อวัดความเหมาะสมกับตำแหน่ง
รายละเอียดวิชที่สอบ
1 ความรู้เกี่ยวกับการเคหะแห่งชาติ
2 แนวข้อสอบเกี่ยวกับการเคหะแห่งชาติ
3 ความสามารถด้านการคิดคำนวณ
4 ความสามารถด้านการใช้ภาษาไทย
5 แนวข้อสอบความถนัดทางเชาว์ปัญญา Aptitude Test
6 หลักไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ การใช้ Grammar
7 แนวข้อสอบวิชาภาษาอังกฤษ
8 พระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ
9 แนวข้อสอบพระราชบัญญัติการเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ตำแหน่งที่สอบ
การเคหะแห่งชาติ
ช่างเทคนิคงานก่อสร้าง
นักบัญชี
นักวิเคราะห์นโยบายและแผน (บริหารความเสี่ยง)
นักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม
นิติกร
บุคลากร
พนักงานการเงินและบัญชี
พนักงานจัดการทรัพย์สิน
พนักงานบริหารงานทั่วไป(คอมพิวเตอร์)
พนักงานบริหารงานทั่วไป
พนักงานประชาสัมพันธ์
พนักงานพัสดุ
พนักงานระบบงานคอมพิวเตอร์
พนักงานวิเคราะห์นโยบายและแผน(ติดตามประเมินผล)
วิศวกร (ไฟฟ้า)
วิศวกรโยธา
เศรษฐกร
สถาปนิก?
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)